ข้ามไปเนื้อหา
Winning Score
← บทความทั้งหมด
วิเคราะห์สถิติ

บราซิล พบ ญี่ปุ่น รอบ 32 ทีม นักล่ายักษ์ท้าแชมป์

ทีมงาน Winning Score เผยแพร่ จ. 29 มิ.ย. อัปเดต จ. 29 มิ.ย.

แชร์
อัฒจันทร์แน่นขนัดยามค่ำคืน แฟนบอลชูมือเชียร์ในเกมฟุตบอลระดับเมเจอร์
ภาพ: Eslam Mohammed Abdelmaksoud / Pexels

วันที่ 14 ตุลาคม 2025 ที่โตเกียว ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ บราซิล นำ ญี่ปุ่น 2-0

แล้วครึ่งหลังก็เกิดเรื่องที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในรอบ 102 ปี

ญี่ปุ่นยิงสามลูกรวด พลิกกลับมาชนะ 3-2 — ชัยชนะเหนือบราซิลครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากการพบกัน 14 นัด (Reuters)

แปดเดือนต่อมา สองทีมเดิมมาเจอกันอีกครั้ง คราวนี้ในรอบ 32 ทีมบอลโลก 2026 ที่ฮิวสตัน คราวนี้ไม่มีนัดรีแมตช์ ไม่มียกสอง

แพ้ — กลับบ้าน

อ่าน 20 วินาทีจบ

  • ตัวเลขความน่าจะเป็นจากตลาดที่หน้าแมตช์: บราซิล 57% · เสมอ 25% · ญี่ปุ่น 18% (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2026)
  • ตัวเลขเชียร์บราซิลขาดลอย — แต่ตัวเลขไม่เห็นว่าบราซิลชุดนี้ ขาดราฟิญญา (เจ็บแฮมสตริง) และ เนย์มาร์ได้แค่สำรอง
  • ญี่ปุ่นไม่ใช่ทีมรองธรรมดา นี่คือทีมที่ ล้มเยอรมนีและสเปน ในบอลโลก 2022 ด้วยกุนซือคนเดิม ระบบเดิม
  • จุดที่ต้องจับตา: ญี่ปุ่นวาง 3-4-2-1 — ระบบเดียวกับที่เคยเก็บยักษ์ และตรงกับ ช่องที่โมร็อกโกเพิ่งเจาะบราซิลได้
  • เกมน็อกเอาต์ลากไปจุดโทษได้ และทั้งสองชาติเพิ่งเจ็บจากจุดโทษมาด้วยกันเมื่อปี 2022

นักล่ายักษ์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

คำว่า “ทีมรอง” มักมาพร้อมภาพทีมที่ตั้งรับเหนียวแล้วรอดวงดี

ญี่ปุ่นไม่ใช่แบบนั้น

ในบอลโลก 2022 ญี่ปุ่นล้มเยอรมนี 2-1 แล้วล้มสเปน 2-1 จบหัวกลุ่มมรณะ เขี่ยทั้งสองแชมป์โลกเก่าร่วงไปพร้อมกัน (Sky Sports) สองนัดนั้นไม่ใช่ดวง — มันคือสูตร: ยอมเสียการครองบอล รอจังหวะกดเพรสซิงเป็นชุด แล้วสวนกลับด้วยความเร็ว

ดูจังหวะที่ล้มเยอรมนีก็เห็นสูตรชัด — ตามหลัง 0-1 จากจุดโทษของกุนโดกัน แต่ ริตสึ โดอัน ตีเสมอนาที 75 แล้ว ทาคุมะ อาซาโนะ ซัดชัยนาที 83 ทั้งคู่เป็นตัวสำรองที่เพิ่งลงสนาม ทั้งเกมญี่ปุ่นครองบอลแค่ 22% เกมพบสเปนยิ่งกล้ากว่าเดิม ตามหลังก่อนเช่นกัน แล้วโดอันกับ อาโอะ ทานากะ ยิงรัวสองลูกในสามนาทีช่วงต้นครึ่งหลัง พลิกเป็น 2-1 จบหัวกลุ่ม เขี่ยเยอรมนีตกรอบไปด้วย

เก็บยักษ์ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ของญี่ปุ่น มันคือแผนงาน

และแผนนั้นยังอยู่ครบ ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือคนที่คุมเกมล้มเยอรมนีกับสเปน ยังนั่งเก้าอี้เดิม ริตสึ โดอัน และ อาโอะ ทานากะ สองคนที่ยิงประตูประวัติศาสตร์เกมนั้น ก็ยังอยู่ในชุดนี้ และทีมชุดนี้ไม่ใช่ทีมรองที่บังเอิญมาไกล — 22 จาก 26 คนในทีมค้าแข้งอยู่ลีกชั้นนำยุโรป

โมริยาสุพูดก่อนเกมแบบไม่อ้อมค้อมว่า “ถ้าบราซิลคือเต็งหนึ่ง เราคือม้ามืดที่ลุ้นแชมป์ได้เหมือนกัน เราจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์อีกครั้ง” (Star News)

ฟอร์มรอบแบ่งกลุ่มก็หนุนคำพูดนั้น ญี่ปุ่นไม่แพ้ใครในกลุ่มที่มีทั้งเนเธอร์แลนด์และสวีเดน — เสมอเนเธอร์แลนด์ 2-2 ถล่มตูนิเซีย 4-0 แล้วเสมอสวีเดน 1-1 เกมถล่มตูนิเซียคือชัยชนะที่ห่างที่สุดของญี่ปุ่นในบอลโลก และเป็นการยิงมากที่สุดของทีมเอเชียในนัดเดียวของบอลโลก (Al Jazeera)

และเกมที่โตเกียวเมื่อแปดเดือนก่อนก็เดินตามพิมพ์เขียวเดิม — ตามหลัง 0-2 ในครึ่งแรก แล้ว ทาคุมิ มินามิโนะ ไล่มาเป็น 1-2 นาที 52 เคตะ นาคามูระ ตีเสมอนาที 62 ก่อน อายาเสะ อูเอดะ โขกประตูชัยนาที 71 (Reuters)

อูเอดะคนนั้นแหละที่จะนำทัพแดนหน้าคืนนี้ — กองหน้าที่เพิ่งคว้ารองเท้าทองคำลีกเอเรดิวิซีกับไฟเยนูร์ด 25 ประตู และเป็นคนโขกประตูชัยใส่บราซิลในเกมเดือนตุลาคม

นักฟุตบอลเข้าสกัดแย่งบอลกับคู่แข่งในจังหวะปะทะกลางสนาม
ญี่ปุ่นล้มเยอรมนีและสเปนในปี 2022 ด้วยกุนซือคนเดิม ระบบเดิม — เก็บยักษ์ไม่ใช่ดวง แต่เป็นแผนงาน · ภาพ: Omar Tube / Pexels

แผลที่สถิติ 7 ประตู ซ่อนเอาไว้

มองหน้าตัวเลข บราซิลดูน่ากลัว — จบหัวกลุ่ม C ยิง 7 เสีย 1 แน่นที่สุดกลุ่มหนึ่งของทัวร์นาเมนต์

แต่ตัวเลขเล่าได้แค่ผลลัพธ์ มันไม่เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง

นัดเปิดสนาม บราซิลโดนโมร็อกโกเพรสซิงสูงจนแดนกลางคู่ คาเซมิโร่ กับ บรูโน่ กิมาไรส์ หายใจไม่ออก สิบนาทีแรกบราซิลไม่ได้ยิงเข้ากรอบเลยสักครั้ง และช่องว่างระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กก็ถูกเจาะจนเสียประตู จบ 1-1 (Tactical Football Analysis) อีกสองนัดที่ชนะ 3-0 มาจากการเจอแนวรับที่อ่อนกว่าชัดเจน

ปัญหาคือ ทีมที่กำลังจะเจอคืนนี้ เพรสซิงเก่งกว่าโมร็อกโก

แล้วแผลที่ใหญ่กว่านั้นอยู่ที่เกมรุก

ราฟิญญา ปีกขวาตัวหลัก เจ็บแฮมสตริงตั้งแต่นัดพบเฮติ พลาดเกมนี้แน่นอน (ESPN) ส่วน เนย์มาร์ ที่เพิ่งหายจากอาการน่องฉีกระดับ 2 ลงสนามบอลโลกครั้งแรกในรอบ 981 วันแค่ช่วงท้ายเกมพบสกอตแลนด์ และยังไม่พร้อมเป็นตัวจริง (beIN Sports)

คนที่จ่อเสียบปีกขวาแทนราฟิญญาคือ รายัน วัย 19 ปี ลงทีมชาติชุดใหญ่มาราวสามนัด

เร็วใช่ จัดจ้านใช่ แต่ประสบการณ์เกมระดับนี้กับการเชื่อมเกมแบบราฟิญญา — คนละเรื่อง

นี่คือการเลือกตัวที่อาจชี้ขาดทั้งเกม

เกมในเกม ระบบที่ถูกสร้างมาเจาะ

ถ้าวางสองภาพซ้อนกัน จะเห็นความบังเอิญที่ไม่บังเอิญ

ภาพแรก: จุดที่โมร็อกโกเจาะบราซิลได้ คือแดนกลางสองตัวที่ถูกกดจนตั้งเกมไม่ขึ้น

ภาพสอง: ระบบ 3-4-2-1 ของญี่ปุ่น ออกแบบมาเพื่อกดแดนกลางคู่ตรงนั้นพอดี — วิงแบ็กสองข้างอย่าง โดอัน กับ นาคามูระ ดันสูงกดเพรสซิง ตัวรุกสองคนหลังกองหน้าคอยตัดเกมแล้วสวนเร็ว

นี่คือพิมพ์เขียวเดียวกับที่ล้มเยอรมนีและสเปนมาแล้ว

จุดปะทะที่ต้องจับตาที่สุดคือริมเส้น นาคามูระ วิงแบ็กซ้ายของญี่ปุ่น เจอ ดานิโล แบ็กขวาวัย 34 ของบราซิล ที่หลายสำนักชี้ว่าคือจุดเปราะ ยิ่งราฟิญญาไม่อยู่ช่วยถอยลงมาช่วยเกมรับฝั่งนั้น ช่องตรงนั้นยิ่งเปิด

แต่เกมในเกมไม่ได้มีทางเดียว บราซิลยังมีของที่ญี่ปุ่นต้องกลัว — วินิซิอุส จู니ออร์ ยิงครบทั้งสามนัดรอบแบ่งกลุ่ม และกลายเป็นจุดโฟกัสเกมรุกเต็มตัวเมื่อราฟิญญาเจ็บและเนย์มาร์ยังไม่ฟิต ความเร็วฝั่งซ้ายของวินิซิอุสคือสิ่งที่แนวรับสามตัวของญี่ปุ่นต้องจัดการให้ได้

เกมจึงไม่ใช่ “ยักษ์บุก คนแคระตั้งรับ” อย่างที่ตัวเลขชวนให้คิด แต่เป็นสองแผนที่จงใจเล็งจุดอ่อนของกันและกัน

นักฟุตบอลประกบประชิดตัวกันริมเส้นข้างสนามในจังหวะแย่งบอล
นาคามูระ วิงแบ็กซ้ายญี่ปุ่น จ้องดานิโล แบ็กขวาวัย 34 ของบราซิล — สมรภูมิริมเส้นที่ราฟิญญาไม่อยู่ช่วยปิด · ภาพ: Davide Gargiulo / Pexels

เงาจุดโทษ ที่หลอกหลอนทั้งคู่

เกมน็อกเอาต์มีตอนจบที่เกมรอบแบ่งกลุ่มไม่มี — เสมอใน 90 นาที ต่อเวลา แล้วถ้ายังเท่า ก็ดวลจุดโทษ

และนี่คือบทที่ทั้งสองทีมอยากลืมที่สุด

บอลโลก 2022 ที่กาตาร์ บราซิลตกรอบ 8 ทีม แพ้โครเอเชียในการดวลจุดโทษ โรดรีโกถูกเซฟ มาร์กิญญอสยิงชนเสา เนย์มาร์ร้องไห้กลางสนาม (Al Jazeera)

ทัวร์นาเมนต์เดียวกัน คู่แข่งเดียวกัน ญี่ปุ่นก็ตกรอบ 16 ทีม แพ้โครเอเชียในการดวลจุดโทษเช่นกัน นายทวารโครเอเชียเซฟสามลูกรวด (NPR)

ทีมเดียวเขี่ย สองชาตินี้ร่วง ด้วยวิธีเดียวกัน ในปีเดียวกัน

คืนนี้ถ้าเกมลากไปถึงจุดโทษ มันไม่ใช่แค่การวัดเส้นประสาท แต่คือการเปิดแผลเก่าของทั้งคู่พร้อมกัน

และมีอีกชั้นที่กดทับฝั่งญี่ปุ่นหนักกว่า — ตลอดประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่นยังไม่เคยชนะเกมน็อกเอาต์บอลโลกแม้แต่นัดเดียว เข้ารอบมา 4 หน (2002, 2010, 2018, 2022) ตกรอบ 16 ทีมทุกครั้ง กำแพงนั้นยังไม่เคยถูกทลาย ส่วนบราซิลแบกป้าย “แชมป์ 5 สมัย” ที่มาพร้อมแรงกดดันว่าต้องไปให้ไกลทุกปี

อันเชล็อตติ กุนซือบราซิลในบอลโลกหนแรกของเขากับทีมชุดนี้ รู้ดี เขาบอกก่อนเกมว่า “ต้องใช้จิตใจที่แข็งแกร่งมาก ใช้หัวใจ และความคิดที่ชัดเจน เกมน็อกเอาต์เกิดอะไรขึ้นก็ได้ ต้องพร้อมรับทุกอย่าง” (Flashscore)

นักเตะกำลังจะยิงลูกจุดโทษโดยมีผู้รักษาประตูยืนรอเซฟหน้าประตู
ทั้งบราซิลและญี่ปุ่นตกรอบบอลโลก 2022 ด้วยการดวลจุดโทษกับโครเอเชีย — เงาเดิมที่อาจกลับมาคืนนี้ · ภาพ: Leonardo Hidalgo / Pexels

มุมที่ตัวเลขมองไม่เห็น

ตัวเลขที่หน้าแมตช์ให้บราซิล 57% ญี่ปุ่นแค่ 18% — และตัวเลขชุดนี้ไม่ใช่โมเดลของ Winning Score บอลโลกไม่มีโมเดลทางสถิติรองรับเหมือนลีกที่เก็บข้อมูลยาว ตัวเลขจึงมาจากตลาดล้วน คือฉันทามติที่ map ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์แบบโปร่งใส และสิ่งที่ตลาดอ่านก็คือสิ่งเดียวกับที่ตารางประตูกับสถิติการเจอกันอ่าน — ยิง 7 เสีย 1 ในรอบแบ่งกลุ่ม สถิติเหนือญี่ปุ่น 11 ชนะจาก 14 นัด ดาวห้าดวงบนอกเสื้อ

แต่การอ่านแบบนั้นเห็นแค่ชื่อทีม ไม่ได้เห็นสภาพทีม

มันเห็นคำว่า “บราซิล” แต่ไม่เห็นว่าปีกขวาคืนนี้ชื่อรายัน วัย 19 ไม่ใช่ราฟิญญา และเนย์มาร์นั่งอยู่บนม้านั่ง มันเห็นสกอร์ 7-1 แต่ไม่เห็นว่าโมร็อกโกเปิดตำราเจาะแดนกลางบราซิลไว้แล้ว — ตำราที่ญี่ปุ่นถือระบบมาเล่นได้พอดี

และมันไม่รู้จักความทรงจำ มันไม่รู้ว่าญี่ปุ่นเพิ่งพลิกล้มบราซิลมาเมื่อแปดเดือนก่อน ไม่รู้ว่าทีมนี้เก็บยักษ์เป็นกิจวัตร ไม่รู้ว่าถ้าเกมลากไปจุดโทษ ความเป็นต่อบนกระดาษจะถูกรีดทิ้งจนเหลือ 50-50

ข้อควรระวังหนึ่งข้อ — ชัยชนะของญี่ปุ่นเดือนตุลาคมนั้น บราซิลส่งแนวรับชุดสอง ไม่มีทั้งมาร์กิญญอสและกาเบรียล มากัลไยส์ คืนนี้แนวรับตัวหลักกลับมาครบ นั่นคือเหตุผลที่ตัวเลขยังเชื่อบราซิล

ตัวเลขบอกว่าใครเก่งกว่าบนกระดาษ แต่บอกไม่ได้ว่าทีมที่เพิ่งล้มยักษ์มาหมาดๆ จะกล้าทำอีกครั้งไหม ในคืนที่แพ้แล้วจบ

คืนนี้ดูตรงไหน

เกมนี้ไม่ได้ตัดสินด้วยว่าใครชื่อใหญ่กว่า แต่ตัดสินด้วยว่าบราซิลที่ขาดเครื่องมือริมเส้น จะงัดกับระบบที่ถูกสร้างมาเจาะตัวเองได้แค่ไหน

สามจุดที่บอกทิศทางเกมก่อนลูกแรกจะกลิ้ง

  • รายชื่อ 11 ตัวจริงญี่ปุ่น ตอนประกาศก่อนเตะราวหนึ่งชั่วโมง — โดยเฉพาะ ทาเคฟุสะ คุโบ (เจ็บเข่า ข่าวขัดกันว่าจะลงได้ไหม) และ โค อิตาคุระ กัปตันเซ็นเตอร์แบ็ก (เจ็บต้นขา ลุ้นพลาด) (RotoWire)
  • ใครยืนปีกขวาบราซิลแทนราฟิญญา และบราซิลแก้เกมเพรสซิงแดนกลางอย่างไรในสิบนาทีแรก
  • เกมยืดไปต่อเวลาหรือเปล่า ยิ่งยืดเท่าไร เงาจุดโทษยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น

ถ้าเชื่อว่าแนวรับตัวจริงของบราซิลที่กลับมาครบ บวกความเร็วของวินิซิอุส จะเพียงพอจะคุมเกม — แนวทางหนึ่งก็ชัด

ถ้าเชื่อว่าระบบเก็บยักษ์ของญี่ปุ่นบวกแผลริมเส้นของบราซิลจะทำซ้ำเดือนตุลาคมได้อีก — อีกแนวทางก็มีน้ำหนักไม่แพ้กัน

นักล่ายักษ์เพิ่งล้มยักษ์ตัวนี้มาแล้ว คำถามคืนนี้มีแค่ข้อเดียว — ทำซ้ำได้ไหม ในคืนที่ไม่มียกสอง

ดูความเป็นไปได้ของทุกผลและตัวเลขล่าสุดได้ที่หน้าแมตช์ บราซิล พบ ญี่ปุ่น ส่องเส้นทางสายน็อกเอาต์ทั้งหมดที่หน้าผังบอลโลก 2026 และย้อนอ่านเส้นทางของญี่ปุ่นในกลุ่มได้ที่พรีวิว เนเธอร์แลนด์ พบ สวีเดน

อัปเดตหลังเกม: บราซิลชนะ 2-1 (นำก่อนไม่ได้ ญี่ปุ่นออกนำครึ่งแรก) — อ่านรีวิวเต็ม + สกอร์การ์ดคำทำนาย ว่าห้าปัจจัยที่ชี้ไว้ ข้อไหนจริง ข้อไหนไม่เกิด

แหล่งอ้างอิง

  1. ญี่ปุ่นพลิกชนะบราซิล 3-2 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ (โตเกียว ต.ค. 2025) — Reuters, 2025
  2. บราซิลยืนยันราฟิญญาเจ็บแฮมสตริง อนาคตในทัวร์นาเมนต์ไม่แน่นอน — ESPN, 2026
  3. เนย์มาร์ลงสนามบอลโลกครั้งแรก หลังหายเจ็บน่อง 981 วัน — beIN Sports, 2026
  4. วิเคราะห์เกม บราซิล 1-1 โมร็อกโก — เพรสซิงเปิดช่องแดนกลาง — Tactical Football Analysis, 2026
  5. ญี่ปุ่นถล่มตูนิเซีย 4-0 — สถิติชนะห่างที่สุดในบอลโลก — Al Jazeera, 2026
  6. ญี่ปุ่นล้มสเปน 2-1 จบหัวกลุ่มบอลโลก 2022 (เขี่ยเยอรมนีตกรอบ) — Sky Sports, 2022
  7. โครเอเชียเขี่ยบราซิลตกรอบด้วยจุดโทษ บอลโลก 2022 — Al Jazeera, 2022
  8. อันเชล็อตติเตือนบราซิลรับมือแรงกดดันเกมน็อกเอาต์ — Flashscore, 2026

คำถามที่พบบ่อย

บราซิล พบ ญี่ปุ่น บอลโลก 2026 เตะกี่โมง (เวลาไทย)?
รอบ 32 ทีม เตะเวลา 00:00 น. เที่ยงคืนคืนวันที่ 29 เข้าวันที่ 30 มิ.ย. 2026 ตามเวลาประเทศไทย (ตรงกับเที่ยงวันที่ 29 มิ.ย. ตามเวลาเมืองฮิวสตัน) ที่สนาม NRG Stadium รัฐเท็กซัส หลังคาปิดเปิดแอร์ตลอดเกม
ญี่ปุ่นเคยชนะบราซิลไหม?
เคย และเพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ วันที่ 14 ต.ค. 2025 ญี่ปุ่นพลิกจากตามหลัง 0-2 ในครึ่งแรก กลับมาชนะ 3-2 ที่โตเกียว นับเป็นชัยชนะเหนือบราซิลครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากการพบกัน 14 นัด ก่อนหน้านั้นบราซิลชนะ 11 เสมอ 2
บราซิลขาดใครบ้างในเกมนี้?
ราฟิญญา ปีกขวาตัวหลักเจ็บแฮมสตริงตั้งแต่นัดพบเฮติ พลาดเกมรอบ 32 ทีมแน่นอน ส่วนเนย์มาร์เพิ่งหายจากอาการน่องระดับ 2 ลงสำรองได้ราว 15 นาที ยังไม่พร้อมเป็นตัวจริง คาดว่ารายัน วัย 19 ปี จะเสียบปีกขวาแทน
ญี่ปุ่นยังไม่เคยชนะรอบน็อกเอาต์บอลโลกจริงไหม?
จริง ญี่ปุ่นเข้ารอบน็อกเอาต์บอลโลกมา 4 ครั้ง (2002, 2010, 2018, 2022) แต่ตกรอบ 16 ทีมทุกครั้ง ยังไม่เคยผ่านด่านน็อกเอาต์นัดแรกได้เลย เกมพบบราซิลคือโอกาสเปลี่ยนประวัติศาสตร์

อ่านบทความอื่น